ผี จะแห้วอีกราย เปริซิช ต่อสัญญาใหม่กับ งูใหญ่

  ข่าวฟุตบอลที่น่าสนใจโดย sbothai8.com เรื่องราวของการซื้อขายนักเตะในทวีปยุโรปก็ยังมีข่าวสารทื่ทำให้เราต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะว่าแต่ละทีมนั้นอาจจะสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนบอลด้วยการคว้าดาวเตะคนนี้มาร่วมและพร้อมเสริมกำลังเตรียมลุยบอลลีกบอลถ้วยของแต่ละประเทศในยุโรป บางทีมในแต่ละลีกของยุโรปก็มีสิทธิ์ได้ไปเล่นในรายการ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก และบางทีมก็มีสิทธิ์ได้เป็นยูโรป้าลีก แน่นอนเรื่องนี้ก็มีมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะปีศาจแดงที่กำลังเสริมทีมให้มีความแข็งแกร่งขึ้นหลังจากที่ได้คว้ายอดนักเตะมาเสริมทัพไม่ว่าจะเป็น โรเมลู ลูกากู เมมานย่า มาติซ และ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ และดาวเตะหนึ่งคนที่ตกเป็นเป้าหมายที่จะมาช่วยให้แมนยูมีเกมรุกที่น่ากลัวขึ้น อย่าง อิวาน เปริซิช อย่างที่บอกครับตามรายงานของสื่อชื่อดังของอิตาลีอย่าง สกาย สปอร์ต อิตาเลีย  ก็ได้รายงานว่า อิวาน เปริซิช ปีกชาวโคแอต ใกล้ที่จะขยับขยายสัญญาฉบับใหม่ล่าสุดให้กับ งูใหญ่ อินเตอร์ มิลาน แน่นอนว่าแมนยูไนเต็ด ก็สนใจ เปริซิชมานาน เฝ้าติดตามฟอร์มการเล่นอยู่สม่ำเสมอ ในช่วงหน้าร้อนนี้ ปีศาจแดงก็ตั้งใจเสนอบัตเจ็ตให้พิจารณาแล้ว แต่ก็ยังไม่ถูกใจซักที  จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีการตอบกลับใดทั้งสิ้นเลย จนล่าสุด เปริซิช พร้อมขยายสัญญาใหม่แล้ว ล่าสุดสื่อแดนน้ำหอมชื่อดัง ก็ได้รายงานว่า ผี ปฎิเสธข้อเสนอ มาร์กซิยาล บวกออปชั่นซื้อขาดจากทางอินเตอร์ มิลานแล้วด้วย

สรุปดาวซัลโวฟุตบอลลาลีกา

     การแข่งขันแย่งตำแหน่งดาวซัลโวฟุตบอลลาลีกาถือว่าเข้มข้นเป็นประจำทุกปี แม้ว่าจะมีผู้ท้าชิงตำแหน่งนี้ไม่กี่คนก็ตาม ฤดูกาลนี้ก็เช่นกัน โดยเป็นการขับเคี่ยวแย่งตำแหน่งดาวซัลฌวกันจำนวนสามคน ซึ่งก็คือ ลิโอแนล เมสซี่ หลุยส์ ซัวเรซ และ คริสเตี่ยนโน โรนัดโด้ โดยบทสรุปของดาวซัลโวฟุตบอลลาลีกาฤดูกาลนี้จะเป็นอย่างไรไปติดตามกันเลย โดยทีมงาน sbobet

    เริ่มด้วยอันดับที่ 1 ตกเป็นของ ลิโอแนล เมสซี่ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าของบาร์เซโลน่า ซึ่งฤดูกาลนี้ทำไปได้ถึง 37 ประตู ถือว่าเป็นมาตรฐานของตัวเขาจริงๆ เพราะผลงานส่วนตัวของเขายังทำผลงานได้ดีมากๆ และแม้ว่าจะไม่สามารถช่วยให้ทีมต้นสังกัดของเขาคว้าแชมป์ฟุตบอลลาลีกาได้ แต่การครองตำแหน่งดาวซัลโวของเขาก็เป็นที่ดีใจสำหรับแฟนบอลบาร์เซโลน่าแน่นอน อันดับ 2 ยังคงเป็นนักเตะของบาร์เวดลน่า ซึ่งก็คือ หลุยซ์ ซัวเรส กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย ที่ฤดูกาลนี้ทำไปได้ถึง 29 ประตู แม้ว่าจะน้อยกว่าฤดูกาลที่แล้ว แต่ฟอร์มโดยรวมของเขาก็ยังดีเหมือนเดิม และสามารถช่วยทีมได้เป็นอย่างดี อันดับ 3 คริสเตี่ยนโน โรนัดโด้ กองหน้าทีมชาติโปรตุเกสของสโมสรรีล มาดริด แชมป์ฟุตบอลลาลีกาประจำฤดูกาลนี้ โดยผลงานในปีนี้ถือว่าตกลงไปพอสมควร เพราะทำได้แค่ 25 ประตูเท่านั้น แต่แน่นอนว่ามันก็เพียงพอที่จะทำให้ต้นสังกัดของพวกเขาได้แชมป์ฟุตบอลลาลีกาอีกครั้ง โดยผลงานส่วนตัวของนักเตะรายนี้จะไปโดดเด่นกับฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มากกว่า อันดับ 4 อิโก้ อัสปาส กองหน้าชาวสเปนของ เซลต้า บีโก แม้ว่าผลงานของต้นสังกัดจะไม่ค่อยดี แต่ผลงานส่วนตัวของเขาทำได้ค่อนข้างดีมาก โดยทำไปทั้งหมด 19 ประตูในฤดูกาลนี้  และช่วยให้ทีมพ้นจากโซนอันตรายในช่วงท้ายฤดูกาล อันดับ 5 อาดูดริช กองหน้าประสบการณ์สูงชาวสเปนของสโมสรแอธเลติก บิลเบา ยอดทีมแห่งแคว้นบาสก์ ทำผลงานได้ดีในฤดูกาลนี้ และทำให้ต้นสังกัดมีอันดับที่ดีในตาราง โดยฤดูกาลนี้ทำไปทั้งหมด 16 ประตู อันดับที่ 6 อองตวน กรีซมันซ์ กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสของสโมสรแอตเลติโก มาดริด ทำไป 16 ประตูในฤดูกาลนี้ ถือว่าต่ำกว่าฤดูกาลที่แล้วที่ทำได้ ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากผลงานของทีมที่ตกลงไป และมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้ง ทำให้ไม่ได้ลงสนามแบบต่อเนื่องนัก อันดับ 7 อัลเวโร โมราต้า กองหน้าทีมชาติสเปนของสโมสร รีล มาดริด ถึงแม้ว่าจะตกเป็นตัวสำรองของ คาริม เบนเซม่า แต่ผลงานการทำประตูถือว่าเป็นที่น่าประทับใจ เพราะทำไปถึง 15 ประตูในฤดูกาลนี้ แต่แน่นอนว่าเขามีโอกาสสูงมากที่จะอำลาทีมไปหลังจบฤดูกาลนี้ เพื่อโอกาสที่จะลงสนามอย่างต่อเนื่อง

สรุปฟุตบอลลาลีกาสเปน

  ฟุตบอลลาลีกาสเปนฤดูกาล 2016-2017 จบฤดูกาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยในการแข่งขันฤดูกาลนี้ถือว่ามีอะไรที่น่าสนใจมากมายตั้งแต่ต้นฤดูกาลจนถึงปลายฤดูกาล โดยจะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างไปติดตามกันเลย โดย goalclub.tv

เริ่มด้วยทีมแชมป์ของฤดูกาลนี้ตกเป็นของทีมอย่าง ราชันชุดขาว รีล มาดริด ยอดทีมแห่งเมืองหลวงที่สามารถล้มแชมป์เก่าอย่างบาร์เซโลน่าได้สำเร็จ โดยในฤดูกาลนี้ รีล มาดริด ภายใต้การคุมทีมของกุนซืออย่าง ซีเนอดีน ซีดาน ถือว่าทำผลงานได้อย่างคงเส้นคงวา โดยเฉพาะเกมส์ในบ้านที่เก็บคะแนนได้อย่างมากมายและต่อเนื่อง ทำให้ทั้งฤดูกาลเก็บคะแนนได้ถึง 93 คะแนน และทำประตูได้ถึง 106 ประตู เรียกว่าเกมส์รุกสุดยอดจริงๆ โดยนอกจากการเป็นแชมป์ฟุตบอลลาลีกาแล้ว รีล มาดริด ยังสามารถเข้าชิงฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกได้อีกด้วย โดยจะเจอกับยูเวนตุส ยอดทีมดังจากอิตาลี ในวันที่ 3 มิถุนายนนี้ ที่คาร์ดิฟฟ์ อันดับ 2 บาร์เซโลน่า ฤดูกาลนี้ถือว่าทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง โดยเฉพาะการเสียคะแนนในเกมส์เล็กๆมากเกินไป เพราะเนื่องจากต้องการโรเตชั่นนักเตะ ทำให้ หลุยส์ เอ็นริเก้ ต้องประกาศอำลาทีมไปในที่สุด แม้ว่าตอนจบฤดูกาลจะเก็บได้ถึง 90 คะแนน และมีคะแนนห่างทีมแชมป์อย่าง รีล มาดริด แค่สามคะแนนเท่านั้น   อันดับที่ 3 แอตเลติโก มาดริด อีกหนึ่งทีมจากเมืองหลวงโดยผลงานในฤดูกาลนี้ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานมาก เพราะออกสตาร์ทไม่ค่อยดีนัก ทำให้จบได้แค่อันดับที่ 3 ของลีกเท่านั้น ซึ่งกุนซืออย่าง ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ค่อนข้างผิดหวังกับผลงานของลูกทีมในฤดูกาลนี้ อันดับ 4 เซบีญ่า ถือว่าทำผลงานในฤดูกาลนี้ได้ตามมาตรฐานของตัวเอง โดยเฉพาะการเล่นในบ้านที่ทำได้ดีเสมอ ทำให้สามารถจบด้วยอันดับ 4 ได้ไปเล่นในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้า สำหรับอันดับทีมอื่นๆที่น่าสนใจ ก็มี บียาร์รีล จบด้วยอันดับที่ 5 ของตาราง ไอ้ค้างคาว บาเลนเซีย ทีมใหญ่อีกหนึ่งทีมที่ฤดูกาลนี้ไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลย อีกทั้งอันดับก็ตกไปอยู่ถึงอันดับที่ 12 ของตาราง เซลต้า บีโก ถึงแม้ว่าจะเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลยูโรป้าลีก แต่ผลงานในลีกกลับสวนทางกัน โดยจบด้วยอันดับที่ 13 ของตาราง โดยบางช่วงอยู่ในโซนหนีตกชั้นด้วยซ้ำ สำหรับทีมที่ตกชั้นไปเล่นในลีกเซกุนด้า ก็มีทีมอย่าง กรานาด้า โอซาซูน่า และ สเปอร์ติ้ง กิฆอน โดยทั้งสามทีมทำผลงานได้ไม่ดีเลย โดยเฉพาะ กรานาด้า ทีมเก็บได้เพียง 20 คะแนนเท่านั้น และเก็บชัยชนะได้เพียง 4 นัดเท่านั้น

โรนัลโด คว้าบัลลงดอร์สมัยที่ 5

คริสเตียโน โรนัลโด ยอดนักเตะซุปเปอร์สตาร์จาก ราชันชุดขาว ประกาศศักดาแห่งวงการฟุตบอลอีกครั้งด้วยการคว้ารางวัลบัลลงดอร์ประจำปี 2017 ไปครองนับเป็นสมัยที่ 5 ของเขาสถิติเทียบเท่า ลิโอเนล เมสซี นักเตะดาวยิงแห่งอาร์เจนไตน์ หลังจากก่อนหน้านี้เพิ่งคว้ารางวัลผู้เล่นแห่งปี 2017 ของฟีฟ่าเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งทางนิตยสารฟร้อง ฟุตบอล นิตยสารชื่อดังของฝรั่งเศสมีการประกาศมอบรางวัลฟุตบอลทองคำ หรือ บัลลงดอร์ ปะจำปี 2017 ซึ่งในงานประกาศผลมีนักเตะยอดฝีมือเข้าร่วมงานจำนวนมากโดยงานจัดขึ้นที่ สวนสาธารณะบริเวณหอไอเฟล กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งก็มีนักเตะยอดเยี่ยมมากมายที่มีรายชื่อเข้าชิงรวมถึง คริสเตียโน โรนัลโด ด้วยซึ่งในงานพิธีมอบรางวัล โทรฟี่ มี ดาวิด ชิโนล่า อดีตนักเตะจากทีมชาติฝรั่งเศสทำพิธีมอบรางวัลฟุตบอลทองคำประจำปีนี้ ซึ่งการประกาศผลรางวัลตกเป็นของ คริสเตียโน โรนัลโด ยอดนักเตะซุปเปอร์สตาร์จากทีมชาติโปรตุเกส ซึ่งได้รับการโหวตเหนือคู่แข่งเข้าชิงอย่าง ลิโอเนล เมสซี่,เนย์มาร์ และผู้เล่นอีก 27 คน จากคะแนนที่เฉียดฉิวโดย คริสเตียโน เป็นผู้ที่คว้ารางวัลดังกล่าวไปครองได้สำเร็จนับเป็ยสมัยที่ 5 ที่เขาคว้ารางวัลนี้มาครอบครอง นอกจากนี้แล้วสถิตินี้ยังเทียบเท่ากับ ลิโอเนล เมสซี ที่คว้ารางวัลนี้ในปี 2008, 2013, 2014 และ 2016 ทั้งนี้สำหรับปี 2017 นั้นนับว่าเป็นปีทองสำหรับ โรนัลโด จริงๆซึ่งเขาก็สามารถทำผลงานได้อย่างดีมากในช่วงที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นพาทีมคว้าแชมป์ ลาลีกา สเปน และ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีก สร้างสถิตการทำประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และการยิงประตูในแชมป์เปี้ยนลีก ทุกนัดที่ลงแข่ง รวมถึงยังสามารถทำคะแนนสูงที่สุดในปีนี้ 946 คะแนน  ทั้งนี้ทางโรนัลโดได้เปิดใจถึงการได้รางวัลว่า การได้รับรางวัลดังกล่าวนั้นนับเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตการค้าแข้งของเขา การคว้าแชมป์ต่างๆ รวมถึงเป็นดาวซัลโวสูงสุดของยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก แน่นอนว่ารางวัลนี้ไม่ได้เป็นส่วนที่ตนทำเพียงอย่างเดียวแต่เป็นส่วนหนึ่งของเพื่อนๆในทีมและทุกคนในสโมสรและทีมชาติด้วยทุกคนมีส่วนสำคัญกับตนอย่างยิ่ง นอกจากนี้แล้วเขายังเผยว่าจะเล่นในระดับนี้อีกหลายปีและหวังว่าการดวลกับเมสซียังคงดำเนินต่อไป หลายอย่างที่เกิดขึ้นมันมีเหตุผลของมันและเขารู้สึกดีกับการเล่นในฤดูกาลนี้ สำหรับเนย์มาร์เองเขามีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม มีศักยภาพชั้นยอดซึ่งเขามั่นใจว่าเขาจะได้รางวัลนี้ในอนาคต จากคำสัมภาษณ์ของ คริสเตียโน โรนัลโด

สรุปดาวซัลโวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก

     นอกจากการแข่งขันของทีมต่างๆในฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่เข้มข้นแล้ว การแข่งขันในเรื่องของดาวซัลโวก็เข้มข้นไม่แพ้กัน โดยวันนี้เราจะมาสรุปอันดับดาวซัลโวฟุตบอลพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาลนี้กัน

เริ่มที่อันดับ 1 แฮร์รี่ เคน กองหน้าทีมชาติอังกฤษของทีมสเปอร์ส โดยทำไปทั้งหมด 29 ประตูในฤดูกาลนี้ ถือว่าเป็นนักเตะที่มีความคงเส้นคงวามาก แม้ว่าจะเจ็บเยอะไปหน่อยก็ตาม แต่เมื่อใดที่ลงสนามก็สามารถทำประตูให้กับทีมได้อย่างมากมาย โดยตอนนี้แฟนบอลอังกฤษก็หวังว่ากองหน้ารายนี้จะทำลายสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกของอลัน เชียเรอร์ ได้ ที่จำนวน 260 ประตู ซึ่งถ้า เคน ยังอยู่ที่นี้ไปยาวๆ ก็น่าจะมีลุ้นสร้างสถิติใหม่ได้เช่นกัน สำหรับอันดับที่ 2 เป็นของ โรเมโอ ลูกาคู กองหน้าทีมชาติเบลเยี่ยมของเอฟเวอร์ตัน โดยฤดูกาลนี้ทำไปทั้งหมด 25 ประตู ถือว่าเป็นนักเตะที่น่าจับตามองอย่างมาก เพราะเป็นกองหน้าที่มีความโดดเด่นในการยิงประตูและมีความเร็วอีกด้วย และด้วยอายุเพียง 25 ปี ทำให้เขาได้รับความสนใจอย่างมากมายจากยอดทีมต่างๆของยุโรป ซึ่งเขาก็ได้แจ้งผู้จัดการทีมอย่าง โรนัลด์ คูมัน แล้วว่าต้องการย้ายทีมค้องมาดูกันว่าเขาจะย้ายไปอยู่กับทีมไหน อันดับ 3 อเล็กซิช ซานเชช กองหน้าทีมชาติชิลีของอาร์เซน่อล ที่ฤดูกาลนี้โดดเด่นเหลือเกินและทำประตูให้กับอาร์เซน่อลได้ถึง 24 ประตู กลายเป็นนักเตะที่อาร์เซน่อลขาดไปไม่ได้เลย เพราะนอกจากการทำประตูที่พัฒนาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดแล้ว การทำเกมส์และการช่วยทีมก้ทำได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ต้องมาดูกันว่าเขาจะเลือกอยู่กับทีมต่อไป หรือย้ายทีมไปอยู่กับทีมอื่นๆ อันดับ 4 แซร์จิโอ อากูเอโร่ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่าของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำไป 20 ประตู ฤดูกาลนี้มีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนค่อนข้างเยอะทำให้สถิติการทำประตูถือว่าตกลงไปอย่างชัดเจน ประกอบกับกุนซืออย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่ค่อยชอบสไตล์การเล่นของเขาเท่าไหร่ทำให้ได้ลงสนามน้อยลงไปอีก ทำให้อนาคตของดาวยิงรายนี้ในฤดูกาลหน้ายังไม่แน่นอนว่าจะอยู่กับ แมนเชสเตอร์  ซิตี้  ต่อไปหรือไม่ อันดับ 5 ดิเอโก้ คอสต้า กองหน้าทีมชาติสเปนของทีมแชมป์อย่างเชลซี ยังเป็นกองหน้าที่ไว้วางใจในเรื่องของการปิดสกอร์ได้เป็นอย่างดี และฤดูกาลนี้ก็ทำไปทั้งหมด 20 ประตูให้กับทีมจนทำให้ทีมเป็นแชมป์ในที่สุด ซึ่งแม้ว่าจะมีข่าวเกาหลากับกุนซือของทีมอย่าง คอนเต้ เจ้าตัวก็ยังทำผลงานได้ดีแบบเสมอต้นเสมอปลาย แม้ว่าในฤดูกาลหน้าเขาอาจจะย้ายไปเล่นในจีนก็ตาม

สรุปฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2016-2017

   

   จบลงไปแล้วสำหรับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ โดยในฤดูกาลที่ผ่านมาถือว่ามีสถิติที่น่าสนใจมากมาย โดยแน่นอนว่าฟุตบอลพรีเมียร์ลีกเป็นฟุตบอลที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในโลก ทำให้มีคนหลายร้อยล้านคนทั่วโลกติดตามการแข่งขันอย่างใกล้ชิด สำหรับบทสรุปของฤดูกาลจะเป็นอย่างไรกันบ้างไปติดตามกันเลย

เริ่มที่ตำแหน่งแชมป์ในฤดูกาลนี้ตกเป็นของทีม สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ภายใต้การทำทีมของกุนซืออย่างอันโตนิโอ คอนเต้ ยอดกุนซือชาวอิตาเลี่ยน ที่เปิดตัวการทำงานในฤดูกาลแรกได้อย่างดีเยี่ยม โดยตลอดฤดูกาลเชลซีเล่นในระบบ 3-4-3 มาโดยตลอดและทำให้ทีมประสบความสำเร็จในที่สุด โดยผลงานของเชลซีในฤดูกาลนี้ลงเล่นไป 38 นัด เก็บได้ 93 คะแนน ซึ่งถือว่าเยอะมากจริงๆ และสมกับการเป็นแชมป์ในฤดูกาลนี้ ส่วนรองแชมป์ตกเป็นของ สเปอร์ส ยอดทีมจากกรุงลอนดอนถือว่ายังรักษามาตรฐานของตัวเองไว้ได้ดี และเก็บได้ถึง 86 คะแนน เรียกว่าสูงมากๆแต่แน่นอนว่าไม่ดีพอสำหรับการเป็นแชมป์ โดยกุนซือของทีม อย่าง เมาริซโอ โปเช็ตติโน่ ก็หวังในฤดูกาลหน้าทีมของพวกเขาจะมีโอกาสเป็นแชมป์บ้าง อันดับที่ 3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนเปิดฤดูกาลได้รับการคาดหมายว่ามีโอกาสที่ดีในการคว้าแชมป์แต่เมื่อลงสนามจริงๆ กลับไม่เป็นเช่นนั้น และมีหลายนัดที่แผนการเล่นของเขานั้นใช้ไม่ได้ผล จนทำให้ในที่สุดพวกเขาก็จบได้แค่อันดับที่ 3 ทำได้แค่ไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เท่านั้น โดยในฤดูกาลหน้า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คงมีการบ้านให้ทำมากมายเพื่อให้ทีมกลับมามีลุ้นแชมป์อีกครั้ง อันดับที่ 4 ลิเวอร์พูล ถือว่าทำผลงานได้ตามเป้าสำหรับกุนซือชาวเยอรมัน อย่าง เจอร์เก็น คอปป์ โดยลิเวอร์พูลฤดูกาลนี้ทำผลงานได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเกมส์ใหญ่ทำให้พวกเขาสามารถเข้าป้ายเป็นอันดับที่ 4 ในที่สุด อันดับที่ 5 อาร์เซน่อล ถือว่าเป็นปีแรกที่อาร์เซง เวงเกอร์ ทำอาร์เซน่อลหลุดจากสี่อันดับแรกทำให้อดไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้า แต่อย่างน้อยพวกเขาก็สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลเอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ โดยสามารถเอาชนะเชลซีได้ 2-1 อันดับที่ 6 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฤดูกาลแรกของโจเซ่ มูรินโญ่ กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือว่ามีอุปสรรคมากมายตลอดฤดูกาล และด้วยการเสมอถึง 15 นัด ทำให้คะแนนหายไปเยอะมาก โดยเฉพาะเกมส์ในบ้านทำให้อันดับตกมาอยู่ที่ 6 ของตาราง แต่ยังโชคดีที่ได้ไปเล่นในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เพราะสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลยูโรป้าลีก ได้สำเร็จ  และทั้งหมดนี้คือบทสรุปของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษประจำฤดูกาลนี้

จัดเต็มแน่นอน สำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

    ความเคลื่อนไหวก่อนเกมส์ฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย คู่บิ๊กแมตช์ ที่เชลซีจะเปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โจเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาบอกใบ้เป็นนัยว่าเขาจะส่งทีมชุดที่แข็งแกร่งลงเล่นในศึกเอฟเอคัพ ที่ต้องเจอกับเชลซี คืนวันจันทรที่จะถึงนี้

“ปีศาจแดง”เพิ่งจะบุกเยือนเอฟเค รอสตอฟ ที่รัสเซีย เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ในศึกยูโรป้า ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย และเก็บผลเสมอ 1-1 ออกมาได้ เกมต่อไปพวกเขาต้องบุกเยือนจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในศึกเอฟเอคัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ในคืนวันจันทร์ ก่อนที่จะกลับไปเฝ้าบ้านรับรอสตอฟ ในเกมที่สอง คืนวันวันพฤหัสบดี ซึ่งแม้โปรแกรมจะดูแน่นและไม่ค่อยเอื้อต่อพวกเขาเท่าไหร่ แต่มูรินโญ่ ออกมาบอกว่าเขาจะไม่ส่งชุดสำรองลงเล่นพบกับทีมของอันโตนิโอ คอนเต้ แน่นอน ซึ่งเชื่อว่านักเตะอย่าง พอล ป็อปบา ฮวน มาต้า และ เฮนริค มาร์คินทายาน น่าจะได้ลงสนามทั้งหมด  ส่วนทางด้าน เชลซี กุนซืออันโตนิโอ คอนเต้ ก็เน้นกับการลงเล่นในนัดนี้เช่นกัน

“วันจันทร์ เราจะไม่ไปเล่นด้วยทีมของนิคกี้ บัตต์(โค้ชทีมสำรอง)” น้ามูบอกกับนักข่าว “เราไม่สามารถไปเล่นด้วยทีมของนิคกี้ บัตต์ได้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นเป็นทีมที่ใหญ่มาก เป็นผู้ชนะในการแข่งขัน มันไม่ใช่ความผิดของเชลซีที่เราได้เล่นในวันจันทร์ เพราะงั้นเราต้องมีการเปลี่ยนแปลงแน่นอน เพราะวันพฤหัสเราต้องเล่นกับรอสตอฟ และพวกเขา(รอสตอฟ)จะลเนกับเทเร็ค กรอซนี่ วันอาทิตย์นี้ แต่เราจะไปที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ด้วยทีมของนิคกี้บัตต์ไม่ได้” เขากล่าว

ไม่ได้เก่งแต่ในบ้าน โดย ไวจ์นาลดุม

  จอร์จินิโอ ไวจ์นาลดุม มิดฟิลด์ตัวรุกทีมชาติฮอลแลนด์ของทีมลิเวอร์พูลหวังพิสูจน์ตัวเองไม่ได้ทำผลงานดีเฉพาะแค่ในแอนฟิลด์ยามไปเป็นทีมเยือนฟอร์มไม่ได้ขี้เหร่อย่างที่โดนกล่าวหาอยู่ตอนนี้  โดยกองกลางจอมเทคนิคทีมชาติฮอลแลนด์เล่นได้อย่างโดดเด่นในนัดที่ “หงส์แดง” ล้มทีมหัวตารางทั้ง “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ และยิงประตูย้ำชัยเหนือ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล แต่กลับโดนตำหนิอย่างรุนแรงในนัดปราชัยยับต่อ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาลก่อนสมัย ไวจ์นาลดุม ยังเล่นให้ “เดอะแม็คพายส์” นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ปรากฎว่า 11 ประตูทีทำได้ทั้งหมดเกิดขึ้นเฉพาะในเซนต์ เจมส์ ปาร์ค แต่ป้จจุบันเปลี่ยนมาอยู่แอนฟิลด์เจ้าตัวหวังพัฒนาตัวเอง  ซึ่งแน่นอนว่าสถิติค่อนข้างจะฟ้องว่าเขาทำผลงานได้ดีเฉพาะเกมส์ในบ้านเท่านั้น

“นั่่นเป็นความเห็นของผู้คนจะวิเคราะห์หรือวิจารณ์อะไรก็ได้ แต่ผมคิดว่าผมก็มีเกมที่ดีนอกบ้านอยู่หลายๆเกมโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูกาลนี้กับลิเวอร์พูล” กองกลางดัตช์แมนยืนกราน “มันน่าตลกนะเพราะฤดูกาลแล้ว นิวคาสเซิล ไม่ได้อยู่ในระดับที่ดีทั้งทีม เราเกือบทุกคนมักฟอร์มหลุดนอกบ้านแต่กลายเป็นผมเพียงคนเดียวที่โดนตำหนิ มันเป็นการเล่นเป็นทีม ไม่มีคนไหนโดนตำหนิอยู่คนเดียว แต่ผมเข้าใจว่าบางทีคนส่วนมากมักคาดหวังในตัวคุณมากกว่าผู้เล่นคนอื่นๆ หากทั้งทีมไม่สามารถเค้นฟอร์มออกมาได้ด้่งใจ คุณก็ไม่่ควรเลือกใครมาสักคนแล้วกล่าวต่อว่าอยู่คนเดียว ทั้งทีมสมควรได้รับคำตำหนิ ดังนั้นผมจะไม่ใส่ใจอะไรทั้งนั้น ผมขอโฟกัสปัจจุบัน” ต้องมาดูกันว่าต่อจากนี้ไป การเล่นของ จอร์จินิโอ ไวจ์นาลดุม ในการเล่นนอกบ้านจะเป็นอย่างไรต่อไป

อินซ์ เป็นห่วงผีไร้เงา ซลาตัน

  พอล อินซ์ อดีตมิดฟิลด์ชื่อดังของลิเวอร์พูล อินเตอร์ มิลาน และทีมชาติอังกฤษ เชื่อว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเจอผลกระทบเต็มๆแน่ยามไร้เงา ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าดาวยิงตัวเก่ง ประสบการณ์สูง เนื่องจากติดโทษแบน 3 เกมรวดอาจกระทบต่อความหวังไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลัง เอฟเอ มีมติลงโทษ อิบราฮิโมวิช ตามข้อหาแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมจากกรณีส่อเจตนาชักศอกใส่ ไทโรน มิงส์ ดาวเตะจากบอร์นมัธอันหมายความว่า ยูไนเต็ด จะหมดสิทธิ์ใช้งานกองหน้าจอมเทคนิครายนี้ในนัดพบ เชลซี ศึกเอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศตามด้วย มิดเดิลสโบรห์ และ เวสต์บรอมวิช  ด้วยเหตุนี้เองในฐานะศิษย์เก่าวิเคราะห์ว่า โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือชาวโปรตุกีสกำลังเจอโจทย์ที่ท้าทายเพราะทีมปีศาจแดงเล่นกันได้อย่างลงตัวดีแล้วยามมีกองหน้าชาวสวีดีชลงสนาม

“แน่นอนเมื่อ ยูไนเต็ด มุ่งมั่นจะเอาที่ 4 พวกเขาย่อมต้องการคนอย่าง ซลาตัน เพราะเมื่อพิจารณาจากจำนวนประตูมากมายที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ล้วนมาจากเขาทั้งนั้น” อดีตดาวดังทีมอินเตอร์ มิลานวิเคราะห์ผ่านสถานีเครือข่ายโทรทัศน์ บีที สปอร์ต “มันอาจเป็นโอกาสของ แอนโธนี่ มาร์กซิญาล รวมถึงเรากำลังพูดถึงโอกาสของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ด้วย แต่ตำแหน่งการเล่นของพวกเขาล่ะ พวกเขาสามารถเล่นหน้าเป้าได้มั๊ย? แน่นอน ยูไนเต็ด มองไปถึงการได้ เวย์น รูนี่ย์ กลับมาทำหน้าที่ที่คุ้นเคย เขามีประสบการณ์ดีพอ แต่ตอนนี้เขาไม่ใช่ตัวความหวังในการพังประตู ”

“ผมจึงรู้สึกเสียดายที่ อิบราฮิโมวิช ต้องพลาด 3 เกม เพราะผมคิดว่า ยูไนเต็ด จำเป็นต้องใช้เขาในช่วงเวลานี้ มันอาจมีผลไปถึงการลุ้นไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก”

 

เวนเกอร์ ยกย่อง เอ็นริเก้

  อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมมากประสบการณ์ชาวฝรั่งเศสของ “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อลชี้ชัดปาฏิหาริย์ของหลุยส์ เอ็นริเก้กับ”ต่างดาว”บาร์เซโลน่าแสดงให้เห็นว่าอาชีพผู้จัดการทีมสามารถเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ในชั่วพริบตา อาร์เซน่อลยังคงทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ต่อเนื่องหลังถูกบาเยิร์น มิวนิคบุกมาย้ำเแค้น 5-1 ส่งพวกเขากระเด็นตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกแบบน่าขายหน้าด้วยสกอร์รวม 10-2 ทำให้โอกาสในการทำหน้าที่กุนซือของอาร์เซน่อลของ อาร์เซน เวงเกอร์ สั่นคลอนขึ้นมาทันที พร้อมกับแฟนบอลของทีมเริ่มที่จะมีการกดดันสโมสรให้พิจารณาในการไม่ต่อสัญญากับกุนซือรายนี้

เมื่อถูกสอบถามว่าเขารู้สึกอย่างไรเปรียบเทียบกับเอ็นริเก้ที่ยอมรับว่าเหนื่อยล้าและจะวางมือหลังฤดูกาลนี้สิ้นสุดลง เวนเกอร์ก็ตอบว่า”ผมรู้สึกโอเค ผมรู้สึกแข็งแกร่งมากๆ,มีแรงกระตุ้นและพร้อมทุ่มเทอย่างดีที่สุด” เวนเกอร์ยังกล่าวต่อไปว่าการกลับมาแบบสุดยอดของบาร์เซโลน่าที่ทุบเอาชนะปารีส แซงต์-แชร์กแมง 6-1 ที่คัมป์ นูและพลิกสถานการณ์ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศด้วยสกอร์รวม 6-5 แสดงให้เห็นว่าในโลกฟุตบอลคุณสามารถเปลี่ยนจากยาจกกลายเป็นเจ้าชายได้ในพริบตา “มันก็แค่เป็นบทสรุปที่เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนเขาถูกมองว่าเป็นคนโง่เง่าและทุกคนบอกว่า’นายต้องออกไป’ดังนั้นเขาจึงบอกว่า’โอเค ผมไปเอง ในวันนี้เขากลายเป็นฮีโร่ นั่นคือบทสรุปของงาน”เวนเกอร์กล่าว ต้องมาดูกันว่าในฤดูกาลหน้าที่จะมาถึง ตำแหน่งผู้จัดการทีมของอาร์เซน่อลจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่